สินค้าผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง

เป้าหมายการส่งออก ปี 2556 :คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,561.13 ล้านเหรียญสหรัฐไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อน (tropical fruits) ของโลก เนื่องจากผลไม้ไทยมีรสชาติดี หลากหลายและมีผลผลิตต่อเนื่องตลอดปี

2016-11-07_15-43-57

การส่งออก ปี 2556

การส่งออกผัก ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งช่วงเดือนม.ค.-ส.ค. 2556 ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 4.99 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 881.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 0.5%  ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย เมื่อพิจารณาแยกเป็นรายสินค้า พบว่า  สินค้าผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง และแห้งเดือนม.ค.-ส.ค.มีมูลค่าการส่งออก 722.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 7.70 ปริมาณ 1,003,251 ตันในส่วนสินค้าผักสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง มีมูลค่าการส่งออก 159.15  ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวลดลงร้อยละ 5.77 มีปริมาณส่งออก 126,366 ตันติวกฎหมาย

คู่แข่งที่สำคัญ  เวียดนาม  ฟิลิปปินส์

ตลาดหลัก :  จีน เวียดนามฮ่องกงญี่ปุ่นและ อินโดนีเซีย คิดเป็นสัดส่วนรวมมากกกว่าร้อยละ 70 ของตลาดส่งออกทั้งหมด

ตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูงจีน (22.60%) เวียดนาม(47.61%)

จุดแข็ง

  1. ผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลายและต่อเนื่องตลอดปีทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก
  2. สินค้าผลไม้ของไทยเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ

ปัญหาและอุปสรรค

  1. ปัญหาความแปรปรวนของสภาพอากาศติวกฎหมาย
  2. ขาดระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ
  3. อียูได้ออกกฎระเบียบให้มีการตรวจเข้มสินค้าผักไทย เพื่อตรวจยาฆ่าแมลงตกค้าง การปนเปื้อนทางจุลชีววิทยา และแมลงศัตรูพืช
  4. มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจากประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย เป็นต้น
  5. พื้นที่เพาะปลูกมีขนาดเล็ก ทำให้ต้นทุนการจัดการและควบคุมคุณภาพการผลิตมีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง  เช่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
  6. นโยบายความมั่นคงทางอาหาร (food security) และลดการพึ่งพาการนำเข้า (self-sufficient policy) ของประเทศคู่ค้าหลายประเทศ
  7. MHLW ญี่ปุ่นได้สั่งตรวจการปนเปื้อนของ GMO ในผลิตภัณฑ์มะละกอที่นำเข้าจากไทยอย่างเข้มงวด โดยเพิ่มอัตราการตรวจเป็นร้อยละ 30 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด และหากมีการตรวจพบอีกครั้ง MHLW จะออกคำสั่งตรวจผลิตภัณฑ์ตามปริมาณการนำเข้าทั้งหมด (ร้อยละ 100)
  8. ราคาผลไม้ตกต่ำในพื้นที่ 7 จังหวัดของภาคใต้
  9. BAPHIQ ไต้หวัน ขอให้ไทยเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าผลไม้และผักก่อนการส่งออกเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบการนำเข้าของไต้หวัน

กลยุทธ์

  1. สนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบการผลิตให้ได้มาตรฐาน
  2. ส่งเสริมให้มีการสร้าง Brand ของผลไม้ไทย โดยเน้นเรื่องเอกลักษณ์ด้านคุณค่าและสายพันธุ์ ที่โดดเด่นของผลไม้ไทย
  3. ส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สามารถยืดอายุของผลผลิต และเหมาะสมกับตลาดเพื่อการส่งออก
  4. หน่วยงานของรัฐควบคุมกำกับดูแลการเพาะปลูกให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดติวกฎหมาย
  5. ส่งเสริมการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการประชาสัมพันธ์/ ส่งเสริมการบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *