สถาบันการเงิน “อยากรู้อะไรในแผนธุรกิจ”

แผนธุรกิจไม่เพียงแต่จะเป็นเข็มทิศนำทางให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีให้แก่ธุรกิจแผนธุรกิจยังเป็น “เอกสารสำคัญ” ที่สถาบันการเงินจะใช้พิจารณาประกอบการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ธุรกิจด้วย

โครงการเวทีพบปะและแสวงหาโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจของสถาบันพัฒนา SMEs เป็นกิจกรรมที่นำมาซึ่งความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางธุรกิจ รวมถึงการเปิดโลกทัศน์ในการรับรู้เทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยสถาบันฯ ได้เปิดเวทีพบปะครั้งสุดท้ายของปี 2545 ด้วยการจัดเสวนากลุ่มย่อย เรื่อง “ลักษณะพึงประสงค์ของแผนธุรกิจเพื่อเสนอสถาบันการเงิน” โดยระดมผู้เกี่ยวข้องจากสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดกรอบหรือแนวทางสำหรับแผนธุรกิจที่สถาบันฯ จะช่วยผู้ประกอบการจัดทำให้ถูกต้องตามมาตรฐาน และสอดคล้องกับความต้องการของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะในเวลาที่ผู้ประกอบการมีความเร่งรีบในการใช้เงินและได้เข้ามาใช้บริการปรึกษาแนะนำทางธุรกิจของสถาบันฯ เพื่อจัดทำแผนธุรกิจยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หากแผนธุรกิจที่สถาบันฯ ได้ช่วยผู้ประกอบการจัดทำนั้น ต้องถูกสถาบันการเงินพิจารณาแก้ไขใหม่อีกครั้ง ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสทางธุรกิจได้ และความช่วยเหลือที่สถาบันฯ มีต่อผู้ประกอบการก็ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน

service17_63801

การจัดเสวนากลุ่มย่อยเพื่อประสานความร่วมมือในครั้งนี้ ทำให้สถาบันฯ ทราบว่าในการยื่นขอสินเชื่อของผู้ประกอบการต่อสถาบันการเงินนั้นยังมีผู้ประกอบการอีกมากที่ไม่สามารถเสนอแผนธุรกิจที่ถูกต้องหรือแสดงองค์ประกอบในแผนธุรกิจได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และจากการเสวนาทำให้ทราบถึงมุมมองของสถาบันการเงินที่ต่อการพิจารณาแผนธุรกิจเพื่อนุมัติสินเชื่อ โดยเฉพาะรายละเอียดเพิ่มเติมบางประการที่สถาบันการเงินเห็นว่าผู้ประกอบการควรระบุไว้ในแผนธุรกิจให้ชัดเจน ดังนี้

  1. แผนธุรกิจที่ดี ควรเป็นแผนที่ผู้ประกอบการลงมือเขียนด้วยตนเองเนื่องจากเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดและข้อมูลต่างๆ ของธุรกิจมากที่สุด และองค์ประกอบที่สำคัญของแผนธุรกิจ คือ การวิเคราะห์สมมติฐานและความเป็นไปได้ของโครงการนั้นๆ โดยเฉพาะในด้านการตลาดและการเงิน
  2. ปัจจัยขององค์ประกอบที่มีผลต่อการพิจารณาของสถาบันการเงิน ทั้งผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการใหม่ได้แก่ ประสบการณ์ในการดำเนินงาน ความรู้ความชำนาญ นอกจากนี้สถาบันการเงินยังพิจารณาถึงปัจจัยที่มีส่วนสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เช่น คณะผู้บริหาร ตลาด คู่แข่งขันทางธุรกิจ กระบวนการผลิต กรอบเงื่อนไขด้านระยะเวลา ขนาดของการลงทุน ความสามารถในการชำระหนี้คืนในระยะเวลาที่เหมาะสม หลักประกันความเสี่ยง วิธีการควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และควรระบุปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจซึ่งจะเป็นตัวสรุปภาพรวมของธุรกิจให้เห็นอย่างชัดเจน
  3. สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยพิจารณาทั้งในระดับมหภาค(Macroeconomic) ประกอบด้วย สภาวะเศรษฐกิจโลก แนวโน้มของภาคอุตสาหกรรม สถาพทางสังคม ปัจจัยโอกาสทางธุรกิจหรือภัยคุกคามและระดับจุลภาค( Microeconomic) ประกอบด้วยศักยภาพของบริษัท เป้าประสงค์ จุดขายของธุรกิจ ลักษณะสินค้า/บริการ
  4. การบริหารจัดการบุคลากร ควรระบุแผนผังโครงสร้างการบริหารของพนักงานทุกระดับและการแบ่งหน้าที่ของพนักงานแต่ละฝ่ายกระบวนการบริหารจัดการ สำหรับความน่าเชื่อถือของผู้บริหารควรให้ข้อมูลประวัติส่วนตัวประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา
  5. การตลาด ต้องระบุกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในแนวทางหรือกลยุทธ์ในการขยายตลาดกลุ่มเป้าหมายในอนาคตด้วย
  6. การบริหารจัดการด้านกระบวนการผลิต ควรระบุกำลังและเทคนิคทางการผลิต ขบวนการผลิต นโยบายการบริหารสินค้าคงคลัง ด้านวัตถุดิบ (การจัดหา การจัดสรรและการจัดการ)สภาพของโรงงานผลิตและที่ตั้ง
  7. การบริหารระบบบัญชีและการเงิน ข้อมูลด้านการเงินและบัญชีที่แสดงในแผนธุรกิจควรเป็นงบที่เชื่อถือได้และแสดงสถานภาพทางการเงินของบริษัทได้อย่างชัดเจนเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์งบการเงินได้อย่างเป็นระบบ
  8. การวิเคราะห์ความเสี่ยงและแผนสำรอง ความเสี่ยงทางธุรกิจสามารถวิเคราะห์ได้จากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ศักยภาพของคณะผู้บริหาร แนวทางการตลาดและการบริหารการผลิต คู่แข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งในบางครั้งอาจต้องมองไปถึงความเสี่ยงระดับประเทศที่อาจมีผลต่อกิจการได้ และอาจต้องทำแผนสำรองสำหรับกรณีดังกล่าวไว้ด้วย เช่น เงินทุนสำรองยามฉุกเฉิน พนักงานทดแทน ทรัพยากรสำรองฯลฯ

เกี่ยวข้อง : เครื่องทาบบัตร  เพิ่มความสูง ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก เหมาแท็กซี่ รถบรรทุก ลงประกาศขายรถฟรี

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *