การคัดเลือกวัตถุดิบมาใช้ในการทำธุรกิจ

องค์กรทุกองค์กรจะมีจุดมุ่งหมายขององค์กร ไม่ว่าจุดมุ่งหมายจะเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ตาม และโดยปกติแล้ว จุดมุ่งหมายหลักขององค์กรก็คือการได้ผลตอบแทนที่ดี และการความสามารถดำรงอยู่ได้ในตลาด และอาจรวมไปถึงความต้องการการเป็นผู้นำทางการตลาด ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้จะบรรลุได้นั้น องค์กรจะต้องสามารถตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5c26306882d67592f05e8b40bc56a496

ซึ่งความต้องการของลูกค้าคงจะหนีไม่พ้นการได้รับสินค้า หรือบริการที่มีคุณภาพ ในเรื่องของคุณภาพสินค้านั้น จุดเริ่มต้นของคุณภาพสินค้าคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ซึ่งกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ

  1. การคัดเลือกวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน

การคัดเลือกวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน มีหลายๆ ปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งโดยปกติแล้วจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น คุณภาพหรือลักษณะที่ต้องการของกระจกหน้ารถยนต์ จะมีความแตกต่างจากคุณภาพหรือลักษณะที่ต้องการของกระจกสำหรับใช้งานอื่นๆ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องและมักจะถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการคัดเลือกวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน ได้แก่ คุณภาพของวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนนั้น ระบบบริหารคุณภาพของผู้ผลิตวัตถุดิบ ความใกล้ไกลและความรวดเร็วในการจัดส่งวัตถุดิบ และ ฯลฯ

  1. การสั่งซื้อวัตถุดิบ

การที่องค์กรจะมีผลตอบแทนที่ดีได้นั้น ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการจัดการกระบวนการจัดซื้อวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงความประหยัด และคุณภาพของวัตถุดิบไปพร้อม ๆ กันขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้อนั้น ปกติแล้วจะเริ่มจากฝ่ายวางแผน โดยฝ่ายวางแผนจะต้องทำการประมาณการจำนวนสินค้าที่ลูกค้าต้องการแยกเป็นรายชนิด ซึ่งการประมาณการนี้อาจรวมถึงคำสั่งซื้อที่ได้รับจากลูกค้าแล้ว และคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต เมื่อได้ค่าโดยประมาณแล้ว ก็นำไปวางแผนการผลิต แผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ( แรงงาน เครื่องจักร และอื่น ๆ ) และ แผนความต้องการวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน เมื่อทราบถึงปริมาณวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ต้องการแล้ว ก็จะทำการตรวจสอบจำนวนของวัตถุดิบที่มีแต่ละชนิด ( คงคลัง ) และวางแผนการจัดซื้อ เมื่อได้แผนการจัดซื้อแล้วก็ส่งไปยังแผนกจัดซื้อ เพื่อดำเนินการต่อไปสิ่งที่ควรคำนึงถึงนอกจากเรื่องของปริมาณการจัดซื้อที่ประหยัดนั้น มีอยู่หลายๆ ประเด็น เช่น

  1. การวางแผนจะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แผนที่วางไว้จะต้องได้รับการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้ชนิดและจำนวนความต้องการวัตถุดิบถูกต้องตามที่คำนวณไว้
  2. ความยาวนานในการเก็บรักษาวัตถุดิบ ในการคำนวณหาจำนวนการจัดซื้อที่ประหยัดนั้น อาจจะคำนวณได้ปริมาณมาก ซึ่งทำให้จะต้องเก็บวัตถุดิบที่ซื้อมาเป็นเวลานาน ถ้าวัตถุดิบนั้นมีอายุการใช้งานสั้น ก็อาจจะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพและสูญเสียวัตถุดิบเหล่านั้นก่อนที่จะได้ทำการผลิต
  3. ความเสี่ยงด้านราคาของวัตถุดิบ ราคาของวัตถุดิบบางชนิดไม่มีความแน่นอน เช่นราคาของเม็ดพลาสติก ก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ ดังนั้นในบางครั้งการซื้อวัตถุดิบจำนวนมากและเก็บไว้นั้น อาจไม่ทำให้เกิดการประหยัดก็เป็นได้
  4. แนวโน้มในอนาคต ถ้ามีการคาดการณ์ว่าราคาวัตถุดิบจะมีราคาสูงขึ้น หรือมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในอนาคต อาจจะต้องมีการกักตุนจำนวนวัตถุดิบจำนวนมากขึ้นก็เป็นได้ เพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ
  5. พื้นที่ในการจัดเก็บ ในการสั่งซื้อวัตถุดิบนั้น จะต้องพิจารณาแล้วว่าเมื่อวัตถุดิบถูกนำมาส่ง จะมีพื้นที่ในการจัดเก็บเพียงพอ ซึ่งถ้าพื้นที่ไม่เพียงพอแล้ว อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อวัตถุดิบได้ง่าย และ อาจจะต้องมีการลงทุนสร้างพื้นที่ในการจัดเก็บเพิ่มเติม
  6. การจัดเก็บวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน
  • เมื่อคัดเลือกวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่มีคุณภาพเข้ามาแล้ว หากเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บรักษาที่ดีเท่าที่ควร ก็จะทำให้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนเกิดการชำรุด เสียหายได้ ดังนั้นในการจัดเก็บรักษาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน เราควรจะพิจารณาถึงเรื่องต่างๆ เหล่านี้ประกอบด้วย เช่น
  • สถานที่จัดเก็บ สามารถป้องกันความเสียหายอันเนื่องมาจาก ความชื้น ความร้อน และสัตว์พวกหนู หรือ แมลงบางชนิด ได้
    ต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมการจัดเก็บ เพราะวัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนบางประเภท เช่น ยางบางชนิด หรือ น้ำยาเคมีบางชนิด จะเสื่อมสภาพได้ง่าย จำเป็นต้องเก็บรักษาในที่ๆ มีอุณหภูมิต่ำ
    การจัดเก็บควรจัดทำให้เป็นระบบการจัดเก็บที่สามารถ ทวนสอบได้ว่า วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนแต่ละรุ่นที่อยู่ในโกดังนี้ รับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร มีปริมาณเท่าใด ซึ่งจะมีประโยชน์ทั้งในแง่ของการตรวจนับจำนวน และการเบิกไปใช้งาน
  • ควรจัดให้มีระบบการเบิกจ่าย โดยปกติแล้วระบบการเบิกจ่ายวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนเพื่อนำไปใช้งานส่วนใหญ่จะใช้ระบบ เข้าก่อน – ออกก่อน ( First in – First out, FIFO ) เพื่อเป็นการหมุนเวียนให้วัตถุดิบที่รับเข้ามาก่อนได้ถูกนำไปใช้ก่อนที่จะเสื่อมสภาพเพราะกาลเวลา

โดยสรุปแล้ว การเลือกวัตถุดิบนั้นมีส่วนทำให้วัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นไปตามที่ได้ตั้งไว้ โดยวัตถุประสงค์ขององค์กรส่วนใหญ่จะกล่าวเกี่ยวกับผลตอบแทน และการสามารถดำรงอยู่ในตลาด ซึ่งการเลือกวัตถุดิบที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้นจะมีส่วนช่วยให้องค์กรบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ การเลือกวัตถุดิบที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น โดยหลักแล้ว ก็คือการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี มีราคาที่เหมาะสม และสามารถจัดส่งในจำนวนที่ต้องการได้ในเวลาที่ต้องการ

เกี่ยวข้อง : เครื่องทาบบัตร  เพิ่มความสูง ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก เหมาแท็กซี่ รถบรรทุก ลงประกาศขายรถฟรี

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *